ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดอกไม้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดอกไม้ แสดงบทความทั้งหมด

ดอกป๊อปปี้สีน้ำเงินแห่งเทือกเขาหิมาลัย มีชื่อเสียงในเรื่องสีฟ้าอันสวยงาม ซึ่งเป็นพืชที่หาได้ยาก

ดอกป๊อปปี้สีน้ำเงินแห่งเทือกเขาหิมาลัย มีชื่อเสียงในเรื่องสีฟ้าอันสวยงาม ซึ่งเป็นพืชที่หาได้ยาก



ดอกป๊อปปี้สีน้ำเงินมีถิ่นกำเนิดบนเทือกเขาหิมาลัย โดยเติบโตในพื้นที่ที่มีความสูงกว่า 3,000 เมตรขึ้นไป ซึ่งมีสภาพอากาศหนาวเย็นและสภาพแวดล้อมที่รุนแรง

ดอกป๊อปปี้สีน้ำเงิน ถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ตะวันตกในปี 1912 

ระหว่างการเดินทางสำรวจทิเบต และตั้งแต่นั้นมาก็ได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้านความสวยงาม

 แม้ว่าดอกป๊อปปี้สีน้ำเงินจะเป็นที่ต้องการอย่างมาก

 แต่ก็ยากที่จะปลูกนอกสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เนื่องจากต้องได้รับอากาศเย็น ความชื้น และดินที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี

ชบาเมเปิลดอกไม้แสนสวยที่มีเอกลักษณ์ในตัวเอง


ชบาเมเปิล (อังกฤษ: cranberry hibiscus, African rosemallow; ชื่อวิทยาศาสตร์: Hibiscus acetosella) เป็นพืชในวงศ์ชบา (Malvaceae) 

มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา

เป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีสีแดงถึงสีแดงอมม่วง มีขน 

ใบเป็นใบเดี่ยวรูปนิ้วมือ เว้าลึกเป็น 4 แฉก คล้ายใบเมเปิล ออกเรียงสลับ ก้านใบยาว ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวหรือคู่ตามซอกใบ โคนดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบดอกสีส้ม 5 กลีบ 

มีใบประดับรูปใบหอก ใจกลางดอกมีสีม่วงเข้มถึงดำ กลีบเลี้ยงมี 5 แฉก สีแดงถึงแดงอมม่วง มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก ก้านเกสรเชื่อมกันเป็นหลอด ล้อมรอบด้วยเกสรตัวเมีย ปลายเกสรตัวเมียแยกเป็น 5 แฉก โผล่พ้นหลอดเกสรตัวผู้ 

ดอกจะบานช่วงเช้า และหุบตอนสาย ผลค่อนข้างกลม ยอดแหลม มีสัน มีกลีบเลี้ยงหุ้มผลไว้ ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง


ลองดู Treeno.9 T31 ชบาเมเปิ้ล cranberry hibiscus สูงสวยมากกว่าเดิม ล๊อตใหม่ กระถาง 8 นิ้ว ไม้ประดับ ในราคา ฿169 ที่ Shopee


ชบาเมเปิลนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ใบและรากสามารถรับประทานได้

ดอกนำมาทำเป็นเครื่องดื่มได้เช่นเดียวกับกระเจี๊ยบแดง

รักเร่ ลักเล่ดอกไม้ มีตำนานและยังเป็นดอกไม้ประจำประเทศเม็กซิโก


รักเร่ ลักเล่ดอกไม้ มีตำนานและยังเป็นดอกไม้ประจำประเทศเม็กซิโก

รักเร่ก็เป็นดอกไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีความสวยในตัวของมันเองนะครับทั้งสีสันสดสวยดูแล้วสบายตาแถมยังเป็นดอกไม้ที่มีตำนานและเป็นดอกไม้ประจำชาติของเม็กซิโกด้วยนะครับ


เกร็ดตำนานคดีฆาตกรรม
ในอเมริกามีคดีฆาตกรรมดัง ที่ยังเป็นปริศนามาถึงทุกวันนี้อยู่คดีหนึ่งชื่อว่า Black Dahlia (ดอกรักเร่สีดำ)
ฆาตกรรมเหล่านี้มันจะต้องเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวพันกว่าดอกรักเร่ด้วยนะครับแต่มันยังหาคำตอบของคดีนี้ไม่ได้และยังเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้


รักเร่ เป็นพันธุ์ไม้ดอกในสกุล Dahlia ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก, ทวีปอเมริกากลาง และประเทศโคลอมเบีย ดอกมีรูปทรงและสีสันสวยงามสะดุดตา ก้านดอกแข็งแรง นิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอก เช่นเดียวกับกุหลาบ แต่ในประเทศไทยไม่นิยมปลูก เนื่องมาจากมีชื่อที่ไม่เป็นมงคล เป็นดอกไม้ประจำชาติประเทศเม็กซิโก


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
รักเร่เป็นไม้พุ่ม รากมีลักษณะคล้ายหัว ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขามากมาย ดอกเป็นแบบเดียวกับเบญจมาศ ก้านดอกยาวแข็งแรง กลีบดอก แบ่งออกเป็น 2 ตอน กลีบดอกชั้นนอกนี้แผ่กว้างออก หรืออาจจะห่อเป็นหลอดก็ได้แล้วแต่ชนิดของดอก มีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน กลีบรองดอก ด้านในเป็นแผ่นบาง ๆ เรียงกันเป็นระเบียบติดอยู่กับฐานของดอก ส่วนกลีบรองดอกด้านนอบเล็กกว่าด้านใน เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปไข่ ดอกมีหลายสี เช่น ชมพู น้ำเงิน ขาว แดง แสด ส้ม ม่วง และเหลือง เป็นต้น

การดูแล และการขยายพันธ์
รักเร่ชอบขึ้นในที่กลางแจ้งแดดจัด แต่มีความชื้นพอเพียง ควรปลูกในดินที่ร่วนซุยและระบายน้ำได้ดี บางครั้งจำเป็นต้องหาวัสดุคลุมดินให้รักเร่ เช่น ฟาง ใบไม้แห้ง หรือเปลือกถั่ว เป็นต้น สำหรับการขยายพันธุ์รักเร่นั้น สามารถเพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง ต่อกิ่ง หรือใช้ราก เมื่อต้นให้ดอกแล้วต้นจะแก่และโทรมไปในที่สุด โดยจะทิ้งรากที่เป็นหัวไว้ในดิน ให้ตัดต้นเหนือระดับดินประมาณ 3 นิ้ว เพราะส่วนของตาที่จะเจริญเป็นต้นใหม่จะอยู่บริเวณโคนต้น แล้วจึงขุดหัวขึ้นมาจากดิน


ประโยชน์
หัวใต้ดิน นำมาต้มกับหมูรับประทานแก้โรคหัวใจ แก้ไข้ต้น น้ำคั้นจากต้นมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ ฆ่าเชื้อ Staphylococcus แต่สำหรับใบรักเร่ บางพันธุ์มีพิษ ไม่นิยมรับประทาน

ชมจันทร์ ดอกไม้ชื่อแสนจะคลาสสิคกลิ่นหอมอ่อนๆดอกสีขาวใช่เป็นสมุนไพร และกินเป็นผักได้


ชมจันทร์ ดอกไม้ชื่อแสนจะคลาสสิคกลิ่นหอมอ่อนๆดอกสีขาวใช่เป็นสมุนไพร และกินเป็นผักได้


ชมจันทร์

ชมจันทร์ ดอกไม้แสนจะคลาสสิคกลิ่นหอมอ่อนๆดอกสีขาวเป็นไม้เลื้อยสำหรับผมแล้วผมเคยปลูกดอกไม้ชนิดนี้ครับให้มันตายตามรั้วดอกมันจะบานเฉพาะตอนกลางคืนนะครับรู้สึกว่ามันเป็นดอกไม้ที่ดูแล้วก็มีเสน่ห์ในตัวนะครับแถมมีกลิ่นหอมด้วยแต่ไม่รู้ว่าทำไมก็ต้องชื่อว่าดอกชมจันทร์เพราะฉะนั้นเราควรจะมาหาคำตอบกันดีกว่าว่าทำไมถึงชื่อว่าดอกชมจันทร์


ผลแก่ของต้นชมจันทร์

ชมจันทร์ หรือ ดอกพระจันทร์ (ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ipomoea alba L.) อยู่ในวงศ์ผักบุ้ง (Convolvulaceae) สกุลผักบุ้ง (Ipomoea) มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้และแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง สามารถพบได้ทั้งในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของอเมริกา ประเทศออสเตรเลียและในกลุ่มประเทศเขตร้อนของทวีปเอเชีย


การขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด อาจปลูกโดยการหยอดเมล็ดลงแปลงโดยตรงหรือเพาะเมล็ดเป็นต้นกล้า ก่อนเพาะเมล็ดมาแช่น้ำนาน 12 ชั่วโมง เพื่อให้เปลือกหุ้มเมล็ดอ่อนตัว จะทำให้งอกได้เร็วงอกได้เร็วขึ้น เนื่องจากเมล็ดดออกพระจันทร์มีเปลิอกหุ้มเมล็ดที่แข็ง เมล็ดงอกใช้เวลานานประมาณ 7-14 วัน 

เมื่อต้นกล้าอายุ 30 วันสามารถปลูกลงแปลงได้ นอกจากการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดแล้ว ต้นชมจันทร์ยังสามารถขยายพันธุ์โดยการปักชำส่วนของลำต้น

การปลูก
ต้นชมจันทร์สามารถขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิดที่มีความร่วนซุย พื้นที่ต้องระบายได้ดี เจริญเติบโตได้ในสภาพกลางแจ้งที่มีแสงแดด แปลงปลูกอาจยกแปลงผักทั่วไปเพื่อป้องกันน้ำขัง วิธีปลูกโดยขุดหลุมปลูกลึก 15-20 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 200-500 กรัม/หลุม จากนั้นจึงนำต้นกล้าลงปลูก ระยะปลูกที่ใช้ปลูกคือระหว่างต้น 40-50 ซม. และระหว่างแถว 70-100 ซม. ในช่วง 1 เดือนแรกหลังปลูก ควรมีการให้น้ำวันละ 2 ครั้ง คือตอนเช้าและตอนเย็น เมื่อต้นสามารถตั้งตัวได้แล้ว จึงให้น้ำวันละครั้ง เมื่อต้นดอกชมจันทร์เริ่มแตกยอด ควรมีการทำค้างคล้ายกับค้างถั่วฝักยาวหรือทำเป็นซุ้ม หลังปลูกประมาณ 2-3 เดือนก็จะเริ่มออกดอก


การใช้ประโยชน์
ต้นชมจันทร์มีดอกสีขาวสวยงาม บานในเวลาตอนกลางคืนและกลิ่นหอม ในต่างประเทศ เช่นในยุโรปและสหรัฐอเมริกาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ แต่บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มมีการนำดอกมารับประทานเป็นอาหารโดยใช้ดอกตูมมาผัดกับน้ำมันหอย 

หรือลวกจิ้มกับน้ำพริก ในบางพื้นที่มีการนำดอกมารับประทานสด โดยการเด็ดเกสรออก ผลการการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์ พบว่าเป็นผักที่ไขมันต่ำมากและมี

สรรพคุณเป็นยาระบายอย่างอ่อน เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัสและยังประกอบด้วยวิตามินต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินบี เป็นต้น


การบำรุงรักษา
เมื่อผลผลิตเริ่มลดลง หรือสังเกตเห็นต้นโทรมจะต้องตัดแต่งให้แตกต้นใหม่ พร้อมกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกบำรุง พร้อมให้น้ำเช้า-เย็น เพื่อให้ต้นแตกใบอ่อน จากนั้นประมาณ 2 เดือนจึงเริ่มเก็บผลผลิตได้อีกครั้ง กระทั่งต้นมีอายุ 2 ปี จึงเอาออกและปลูกใหม่อีกครั้ง

เฮลิโคเนียHeliconia

เฮลิโคเนีย: Heliconia

เฮลิโคเนีย: Heliconia เป็นสกุลพันธุ์ไม้ที่มีหลายสายพันธ์มีชื่อภาษาไทยต่างๆกัน เช่น ธรรมรักษา ก้ามกุ้ง ก้ามกั้ง สร้อยกัทลี เป็นไม้เขตร้อน ที่นิยมใช้เป็นไม้ตัดดอก ไม้กระถาง และตกแต่งสถานที่ ทั้งในและต่างประเทศมีมากมายหลายพันธุ์ เป็นไม้อวบน้ำยืนต้น มีลำต้นใต้ดิน เรียกว่าเหง้า ส่วนของลำต้นเหนือดินเรียกว่า “ต้นเทียม”


เฮลิโคเนียมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาและหมู่เกาะคาริเบียน โดยชื่อ เฮลิโคเนียนำมาจากชื่อ เฮลิคอน ที่เป็นภูเขาสถิตของเทพธิดา 9 พระองค์ที่เรียกว่า มิวส์ (Muses) ซึ่งมีความงามเป็นอมตะเช่นเดียวกับ เฮลิโคเนียที่มีอายุยืนยาว

การเรียงตัวของใบ จะเรียงสลับตรงกันข้ามในระนาบเดียวกัน มีทั้งใบที่คล้ายกล้วย คือมีก้านใบยาว และอยู่ในแนวตั้ง, ใบที่คล้ายขิง คือ มีก้านใบสั้น และใบอยู่ในแนวนอน และใบที่คล้ายพุทธรักษา คือมีก้านใบสั้น หรือยาวไม่มากนัก และใบทุกมุมป้านกับลำต้น


ดอกเฮลิโคเนียจะออกเป็นช่อ สะดุดตา และมีสีสันสวยงาม ช่อดอกมักแทงออกกลางลำต้นเทียม และเป็นส่วนสุดท้ายของการเจริญ ช่อดอกอาจตั้ง หรือห้อย แล้วแต่ชนิด ส่วนของช่อดอกจะประกอบด้วย ก้านช่อดอก ส่วนต่อระหว่างโคนใบสุดท้ายกับโคนกลีบประดับกลีบแรก กลีบประดับ เป็นส่วนที่พัฒนามาจากใบ ก้านต่อระหว่างกลีบประดับ ส่วนนี้อาจมีสี และผิวแตกต่างจากกลีบประดับ และอาจตรงหรือคดไปมาได้ แล้วแต่ชนิด


ผลมีลักษณะคล้ายผลท้อ มีเนื้อนุ่ม และมีชั้นหุ้มเมล็ดที่แข็ง. ผลสุกจะมีสีน้ำเงิน ถ้าเป็นชนิดที่พบในทวีปอเมริกา และสีส้มในชนิดที่พบในหมู่เกาะแปซิฟิก
เฮลิโคเนีย สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งในที่ร่มรำไรถึงกลางแจ้ง และเจริญเติบโตได้ดีในที่ลุ่มและชื้นแฉะ 

Heliconia

ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด, แยกกอ หรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม และเป็นศิริมงคล เพราะชื่อของต้นไม้ชนิดนี้ ที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ธรรมรักษา” นั้น มีความหมายไปในทางที่ดี นั่นคือ ธรรมรักษาหรือธรรมะนั้น คือการรักษาในสิ่งที่ดีงาม

ดอกระฆัง Canterbury Bells

Campanula medium
ค้นหา
ระฆังแคนเตอร์บรี หรือเรียกง่ายๆ ว่า ดอกระฆัง ( Canterbury Bells หรือ Campanula medium) เป็นไม้ดอกวงศ์พระจันทร์ครึ่งซีก สกุล Campanula ระฆังแคนเตอร์บรีอาจจะเป็นได้ทั้งทั้งพืชปีเดียว หรือ พืชสองปี แพร่กระจายทั่วไปทางใต้ของทวีปยุโรป และทางเหนือของทวีปอเมริกา
ดอกมีลักษณะเป็นรูประฆังหรือกระดิ่งซึ่งทำให้ได้รับการขนานนามว่า “Campanula” ที่แปลว่าระฆังในภาษาอิตาลี สีของดอกก็อาจจะเป็นสีน้ำเงิน, ม่วง, ม่วงแดง หรือขาว แต่สีที่พบบ่อยจะเป็นสีม่วงน้ำเงิน

ความสูงประมาณ 2 ถึง 3 ฟุต ถ้าปลูกในสวนให้สวยก็ควรจะปลูกเป็นกลุ่มใหญ่ตามขอบหรือท่ามกลางพุ่มไม้ ชอบอากาศเย็นหรืออุ่นไม่เหมาะกับอากาศร้อนหรือแห้ง ในภาษาดอกไม้ระฆังแคนเตอร์บรีเป็นสัญลักษณ์ของความรู้สึกในบุญคุณ
ปลูกโดยการเพาะเมล็ดใช้เวลาระหว่าง 14 ถึง 21 วันจึงงอกเป็นต้น ชอบที่ร่มเล็กน้อยถึงมีแดดและดินที่การระบายน้ำดี 
นิยมใช้เป็นดอกไม้ตัดในการตกแต่งได้ดี คนเลี้ยงผึ้งบางรายก็จะปลูกระฆังแคนเตอร์บรีเพื่อทำให้น้ำผึ้งมีรสหวานจัด
Canterbury Bells



ทายนิสัยจากดอกไม้


มาทายนิสัยจากดอกไม้กัน

สำหรับคราวนี้เพื่อนๆ ลองใช้จินตนาการเปรียบเทียบตัวเองกับดอกไม้สักดอก แต่ถ้าความคิดนั้นทำให้รู้สึกเขินหรือจั๊กจี้ล่ะก็ เปลี่ยนเป็นเลือกดอกไม้ที่ชอบที่สุดในสิบสองพันธ์ไม้นี้ก็ได้ ไม่ว่ากัน
1. ดอกกุหลาบ
2. ดอกทานตะวัน
3. ดอกมะลิ
4. ดอกเบญจมาศ
5. ดอกกล้วยไม้
6. ดอกบัว
7. ดอกหญ้า
8. ดอกทิวลิป
9. ดอกราชพฤกษ์
10. ดอกบานไม่รู้โรย
11. ดอกซ่อนกลิ่น
12. ดอกเฟื่องฟ้า

เฉลย

1. ดอกกุหลาบ
เริ่มต้นกันที่ดอกกุหลาบ ก่อนเลย ในฐานะที่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีของดอกไม้ทั้งมวล แถมยังถูกนำมาใช้เป็นดอกไม้เพื่อแสดงความรักอีกด้วย เริ่ดเสียไม่มี คนที่ชอบดอกกุหลาบนั้นออกจะรักสวยรักงามมากสักหน่อย ชอบชีวิตที่หรูหราโอ่อ่า สะดวกสบาย หรือการเป็นคนเด่นดังมีชื่อเสียง ไปไหนมาไหนคนรู้จักไปหมด นอกจากนี้ยังเป็นคนที่กระตือรือร้น ใฝ่รู้ ชอบแสวงหาประสบการณ์ดีๆ ให้กับชีวิตของตนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

2. ดอกทานตะวัน
คนที่ชอบดอกทานตะวัน จะเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองมาก และถือดีในความรู้ความสามารถของตัวไม่น้อย ชอบพึ่งพาลำแข้งของตัวเองมากกว่าไปงอนง้อขอใครกิน ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ชอบตั้งเป้าหมายชีวิตเอาไว้สูงๆ แต่ความเป็นคนเก่ง สนใจใคร่รู้ รวมทั้งขยันขันแข็ง ก็ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีใจคอกว้างขวาง มีเพื่อนฝูงมากมาย และชอบเข้าสังคม แต่จะเป็นคนที่ไม่แคร์ใครนัก

3. ดอกมะลิ
สำหรับคนที่ชอบดอกมะลิ ดอกไม้ไทยสีขาวที่มีกลิ่นหอมละมุนละไมนี้ อุปนิสัยมักเป็นคนเรียบร้อย อ่อนโยน ค่อนข้างจะจู้จี้จุกจิกอยู่สักหน่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะความเป็นคนเจ้าระเบียบที่ชอบความเรียบร้อยงดงาม นั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความรู้สึกอ่อนไหวมาก จะรู้สึกไวว่าใครคิดเช่นไรกับตน และเป็นคนคิดมาก ช่างวิตกกังวลไปกับคำพูดคนอื่น แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นผู้ที่ชอบชีวิตเรียบง่าย รักสงบ และเป็นตัวของตัวเองดีทีเดียว

4. ดอกเบญจมาศ
คนที่ชอบดอกเบญจมาศ เป็นคนที่ชอบความเรียบง่าย ธรรมดาๆ ชอบใช้ชีวิตในการทำงาน เข้ากับคนง่าย ผูกมิตรกับคนเก่ง ช่างเจรจา เพราะไม่มีบุคลิกถือตัว ไม่ใช่คนที่มีเสน่ห์โดดเด่นอะไรนักกับเพศตรงข้าม และไม่ค่อยสนใจในเรื่องเหล่านี้ รักง่ายลืมง่ายว่างั้นเถอะ แต่จะไปให้ความสำคัญในการศึกษาหาความรู้ แสวงหาประสบการณ์ให้ชีวิตมากกว่า เป็นคนขยัน ชอบการทำงาน แต่ว่าต้องเป็นงานที่ไม่มีความซ้ำซากจำเจจนเกินไป

5. ดอกกล้วยไม้
คนที่ชอบดอกกล้วยไม้จะเป็น คนที่อ่อนโยน นิ่มนวล โรแมนติกมาก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่มีความอดทนหนักแน่นอยู่ในตนเองด้วยเหมือนกัน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ชอบชีวิตเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่จะชอบการค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเพื่อไปสิ่งที่ดีกว่า โดยผ่านการคิดหน้าคิดหลังรอบคอบมาแล้ว เป็นคนที่ตัดสินใจเก่งและชอบแก้ปัญหาด้วยการประนีประนอม

6. ดอกบัว
สำหรับคนที่ชอบดอกบัว มักเป็นคนสุภาพอ่อนโยน แถมยังเต็มไปด้วยความเมตตาปราณี ไม่รู้จักโกรธเกลียดใครหรอก ไม่ว่าใครจะมายังไงก็ดีกับเขาไปหมด มีอารมณ์และความรู้สึกอันละเอียดอ่อนที่ดึงดูดให้คนเข้ามาหามาพึ่งพาทางด้าน จิตใจ เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น ได้เกี่ยวข้องกับคนมากมาย แม้ว่าจะรักความสงบสักแค่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นคนที่รักครอบครัวมากอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

7. ดอกหญ้า
สำหรับคนที่ชอบดอกหญ้าเล็กๆ ตามริมทาง ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไรก็ตาม นิสัยมักเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบผูกพันหรือมีพันธะกับใคร แม้แต่คนในครอบครัวตัวเองก็ตาม ชอบใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ เดินทางไปนั่นมานี่เพื่อแสวงหาประสบการณ์ชีวิต เพราะความเป็นคนที่ชอบศึกษาและเรียนรู้เอามากๆ นั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ให้ค่าความสำคัญต่อเรื่องความซื่อสัตย์และคุณธรรมความ ดีเป็นอย่างยิ่ง จะทนไม่ได้เลยหากโดนโกหกหลอกลวง

8. ดอกทิวลิป
คนที่ชอบดอกทิวลิปมักมี นิสัยช่างคิดช่างฝัน เต็มไปด้วยจินตนาการที่ลื่นไหลไม่ยอมหยุด ทั้งยังมากด้วยอารมณ์อันโรแมนติกเต็มเปี่ยมในหัวใจ หลงรักคนง่าย แต่ก็จะเปลี่ยนใจง่ายเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มักช่วยเหลือคนอื่นอย่างเต็มอกเต็มใจเสมอ เป็นที่พึ่งพิงของคนที่มีความทุกข์ได้อย่างวิเศษ แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวเองมาก ไม่ค่อยชอบให้ใครเข้ามายุ่งในเรื่องส่วนตัว

9. ดอกราชพฤกษ์
คนที่ชอบดอกราชพฤกษ์หรือดอก คูน ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติไทยเรานั้น มักเป็นนักมนุษยธรรม เป็นคนใจบุญ ใจกว้าง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับทุกๆ คน ชอบความเท่าเทียม และต้องการเห็นคนทุกคนเสมอภาคกัน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความคิดก้าวหน้า รักอิสระ และจะไม่ยอมให้กฎเกณฑ์ใดๆ เข้ามามีอิทธิพลในชีวิต เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้ มีเพื่อนมาก และรักเพื่อนฝูงเท่าเทียมกันทุกคน มีความเป็นผู้นำทางความคิดในสังคม

10. ดอกบานไม่รู้โรย
คนที่ชอบดอกบานไม่รู้โรยจะ เป็นคนเงียบๆ ดูธรรมดา แต่จะมีความเยือกเย็น หนักแน่น เอาจริงเอาจัง และค่อนข้างจะถือตัวอยู่สักหน่อย ไม่ชอบให้ใครมาพูดเล่นด้วยเรื่อยเปื่อย ดูเหมือนเป็นคนเย็นชา ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ จึงไม่ค่อยมีคนกล้าเข้าใกล้นัก อย่างมากก็มองดูด้วยความชื่นชมอยู่***งๆ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ไม่ชอบชีวิตที่ตื่นเต้นโลดโผน แต่ต้องการความหนักแน่นที่ต่อเนื่องมั่นคง และเสมอต้นเสมอปลายมากกว่า

11. ดอกซ่อนกลิ่น
มาถึงคนที่ชอบดอกซ่อนกลิ่น กันบ้าง แม้ว่าบางคนอาจจะถือเป็นดอกไม้ที่ไม่นิยมนำมาประดับบ้านในเวลาปกติก็ตาม แต่ก็มีคนชอบไม่น้อยเลยทีเดียว นิสัยของคนที่ชอบดอกซ่อนกลิ่นนี้ดูผิวเผินอาจจะคิดว่าเป็นคนง่ายๆ แต่ถ้าได้คบหาจะพบว่าเป็นคนที่มีความลึกซึ้งมาก ทั้งยังเป็นคนที่เชื่อมั่นและหยิ่งทะนงในตัวเองอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ชอบเก็บความรู้สึก มักไม่มีใครรู้ว่าคิดอะไรอยู่ และยังไม่ใช่คนที่เปิดเผยตัวให้ใครเข้ามารู้จักง่ายๆ ถ้าไม่มีความคิดลึกซึ้งเพียงพอ

12. ดอกเฟื่องฟ้า
สำหรับคนที่ชอบดอกเฟื่องฟ้า ที่เป็นดอกไม้ธรรมดา แถมยังดูออกไปทางเชยๆ อีกต่างหาก มักเป็นคนที่มีความเป็นกันเอง ชอบแสวงหาเพื่อน หรือหยิบยื่นมิตรภาพให้ใครต่อใครเสมอ ชอบดูแลช่วยเหลือคนอื่นด้วยจิตใจที่ปรารถนาดีเต็มเปี่ยม ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่เปราะบาง เจ็บปวดง่าย แต่จะไม่ใช่คนฟูมฟาย หรือต้องการให้ใครมาปลอบโยน เป็นคนที่มีความอดทนเป็นเลิศพอๆ กับความอ่อนไหว ปรวนแปรในจิตใจ

บัวตอง ก็ไม่ใช่พืชพันธุ์ไทยแถมยังเป็นสายพันธุ์รุกรานอีกต่างหาก


ถึงจะเป็นดอกไม้ที่อยู่ในเพลงไทย แต่‘บัวตอง’ ก็ไม่ใช่พืชพันธุ์ไทย แถมยังเป็นสายพันธุ์รุกรานอีกต่างหากมารู้จักมันกัน น่ากลัวไม่ใช่เล่น
ด้วยความงามตระการตาของทุ่งดอกบัวตอง ที่ผลิบานในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ตามยอดดอยที่มีความสูงกว่า 800 เมตรขึ้นไป จึงไม่แปลกที่ใครๆ จะคิดว่าเจ้าดอกไม้สีเหลืองชนิดนี้จะเป็นพืชพันธุ์พื้นเมืองของไทย
ค้นหา
โดยไม่ทันได้เอะใจว่ามันคือสายพันธุ์ต่างถิ่นที่สร้างความเสียหายมากพอๆ กับการที่มันสร้างชื่อเสียงให้กับสถานที่ท่องเที่ยว

แม้จะยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าต้นบัวตองนั้นถูกนำเข้ามาในเมืองไทยเมื่อไร และเริ่มมีการรุกรานในปีไหน แต่ที่แน่ชัดคือ เจ้าพืชสายพันธุ์ต่างถิ่นนี้มีแหล่งกำเนิดในแถบทวีปอเมริกากลาง 
และมีชื่อจริงว่า Mexican Sunflower ซึ่งเชื่อว่าถูกนำเข้ามาปลูกโดยมิชชันนารีที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในพื้นที่ชายแดนทางภาคเหนือ ซึ่งมีสภาพอากาศและปริมาณแสงเหมาะกับดอกบัวตองอย่างมาก

จึงทำให้ดอกไม้พวกนี้บานสะพรั่งทั่วทั้งดอย โดยไม่มีพืชอื่นขึ้นแซมเลยสักนิด เนื่องจากปมรากของมันมีสารพิษที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชชนิดอื่นได้
แม้จะดูไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร เพราะยังไงพืชชนิดนี้ก็สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ แต่บัวตองนั้นสามารถสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ
โดยเฉพาะในพื้นที่ต้นน้ำ ที่หากถูกพวกมันยึดครอง ก็อาจส่งผลให้เกิดภัยแล้งในบริเวณนั้นได้ 
จนทำให้พืชพื้นเมืองสูญหายไป และเหลือเพียงต้นบัวตองเท่านั้น เพราะมันเป็นพืชที่ทนต่อความร้อนและความแห้งแล้งได้ดีมาก

Pansy ดอกหน้าแมว

(ภาพประกอบ)

Pansyดอกไม้หน้าตาคล้ายแมวน่าจะเป็นดอกที่เรียกว่า Pansy
ค้นหา ซึ่งมีหลายพันธ์ ป้าจะลองหามาให้ชมดูเผื่อนำไปจัดกันเล่นๆปลูกใส่กระถางแล้วใส่ตระกร้า ก็น่าจะได้
pansy ชื่อแสนน่ารักคนไทยให้ชื่อว่าดอกหน้าแมว
ดอกไม้ต้นเล็กสูงพ้นพื้นดินไม่ถึง5นิ้วเป็นดอกไม้ที่ทนร้อนทนหนาว
ทน แม้กระทั่งละอองหิมะเย็นเยือกที่ตกลงมาปกคลุมไม้อื่น จนต้องทิ้งดอกสลัดใบมีแต่ pansy ดอกน้อยๆนี้เท่านั้นที่ยืนหยัดท้าสู้

มีภาษาดั้งเดิม "pansy" มาจาก "pensee"อันเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า "thought, remembrance" ความนึกคิด ความทรงจำ
ฝรั่งเขาบอกว่า รูปดอกเล็กๆเมื่อถูกลมพัดจะส่ายไปมาคล้ายใบหน้าคนที่ส่ายศรีษะไปซ้ายที ขวาที ทำนองครุ่นคิด อะไรสักอย่าง

แต่ละคนต่างคิดต่างตั้งชื่อตามที่เห็นความที่ pansy มีลักษณะเหมือนดอกไม้ที่คล้ายจะคิดเป็น
ฝรั่งเขาเลยนำไปเป็นสัญญลักษณ์ของ Freethought คือความคิดเสรี

(ภาพประกอบ)

ลักษณะของพวกความคิดเสรี คือ มีความเชื่อตั้งอยู่บนฐานของข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และตรรกวิทยา
ถ้าเรื่องไหนพิสูจน์ไม่ได้ ไม่มีเหตุผล พวก Freethought จะไม่เชื่อเด็ดขาด
อาจเป็นเพราะสมัยก่อนความเชื่อที่ครอบคลุมความคิดทุกรูปแบบของชาวตะวันตกมาจากศาสนจักร
พอถึงยุคหนึ่งผู้คนเริ่มเป็นกบฎต่อความคิดที่ไม่มีเหตุผลจึงรวมกลุ่มกลายเป็นพวก Freethought
และถือว่าทุก วันที่12 ตุลาคม คือ Freethought Day

(ภาพประกอบ)

ดอกpansyมีเผ่าพันธุ์สืบทอดสายเดียวมากับดอกviolaดอกไม้ดั้งเดิมในศตวรรษที่4สมัยกรีกโบราณว่า
ไม้ดอกชนิดนี้เป็นสมุนไพรต่อมาเมื่อviolaกระจายพันธุ์ไปทั่วยุโรปในเวลาต่อมา
ตามหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือของ Pansy ในปี1899ระบุว่ากำเเนิดจากการผสมพันธุ์ของviola ที่เมือง Iver,Buckinghamshire ประเทศอังกฤษสมัยต้นปี 1800จากคนสวนของ Lord Gambier ชื่อ William Thompson

เขาได้ทดลองผสมข้ามพันธุ์ Viola หลาย species
หลักฐานในหนังสือระบุว่า สายพันธุ์ V. tricolor, V. Lutea
และไม้ดอกสีน้ำเงินจากรัสเซีย V. altacia.ผสมออกมาได้ไม้มี3สีคละกัน
เรียกว่า V. tricolor
ประวัติศาสตร์จึงยกย่องว่า คนสวนนาม William Thompson
เป็นผู้ค้นพบ V. x Wittrockiana
ในปี 1839 ให้ชื่อว่า "Medora," ถือเป็นดอก pansy แรกของโลก

(ภาพประกอบ)

ความนิยมในดอกpansyยังคงสืบต่อมาเรื่อยไม่เว้นแม้แต่การ์ดของ Hallmark ที่ข่าวระบุว่า
ไม่ว่า e-mailจะทันสมัยแค่ไหนแต่การ์ดที่ออกแบบมามีอายุ หกสิบกว่าปี (ตั้งแต่ปี 1939) **
รูปดอก pansy รูปนี้ ยังคงขายดิบขายดีพิมพ์สืบต่อมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่2
เป็นการ์ดที่ขายดีที่สุดไม่มีวันตกจากความนิยมไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะไม่ว่ากี่ปีต่อกี่ปีเท่าที่จำได้ครับ

บัวมงคล

บัวมงคล
(ภาพประกอบ)

(ภาพประกอบ)
การปลูกบัว เชื่อว่าจะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ เบิกบาน ดังเช่นคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เปรียบดอกบัวที่ชูดอกพ้นผิวน้ำ ว่าเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้บรรลุ ดังนั้นจึงนับว่าเป็นผู้ที่หลุดพ้นจากความทุกข์

บัวที่นิยมปลูกเป็นไม้มงคล ได้แก่
1. บัวหลวง มีลักษณะเป็นไม้โผล่เหนือน้ำ มีเหง้าใต้ดิน ใบมีรูปกลม ใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 15-40 ซม. สีเขียว และมีนวลเคลือบ ก้านใบชูเหนือนน้ำและมีหนามเล็ก ดอกมีหลายพันธ์ ทั้งดอกชั้นเดียว และดอกซ้อน สีขาวหรือสีชมพู กลีบดอกใหญ่ห่องุ้ม กลางดอกมีฐานรังไข่และเกสรจำนวนมาก และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ตอนเช้าหรือกลางคืน ก้านดอกยาวชูขึ้นเหนือน้ำและมีหนามเล็กๆ ออกดอกตลอดปี

2. บัวฝรั่ง ลักษณะเป็นไม้โผล่เหนือน้ำ มีหัวหรือเหง้าใต้ดิน ใบมีรูปกลม หนา สีเขียว ขอบเรียบ ก้านใบ ก้านดอกมักมีขนนุ่มปกคลุม ดอกลอยที่ผิวน้ำ ดอกบานคล้ายรูปถ้วยหรือค่อนวงกลม บานช่วงเช้าถึงบ่ายหรือเย็น มีหลายสีหลายพันธ์ เช่น สีขาว สีเหลือง สีแสด สีแดง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกดกในฤดูฝน
3. บัวผัน มีลักษณะเป็นไม้โผล่เหนือน้ำ มีหัวหรือเหง้าใต้ดิน ใบเป็นรูปไข่ กลม ลอยแตะผิวน้ำ ขอบใบหยัก ดอกมีหลายพันธุ์ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ มีกลีบดอกซ้อน บานตอนเช้า-เย็น มีกลิ่นหอม

4. บัวเผื่อน มีลักษณะเป็นไม้โผล่เหนือน้ำ มีหัวเล็กอยู่ใต้ดิน ใบรูปเล็กไข่ ขอบใบเรียบ ดอกชูพ้นน้ำ บานคล้ายรูปถ้วย ขนาด 8-15 ซม. กลีบดอกซ้อน สีขาวอมครีม ไม่มีกลิ่นหอม บานตอนเช้า-เย็น ชอบออกดอกฤดูร้อน

5. บัวสาย บัวจงกลนี เป็นไม้ลอยน้ำ มีหัวใต้ดิน ใบรูปไข่ ขนาด 14-18 ซม. ขอบหยักเล็กน้อย ใต้ใบสีม่วงเรื่อ มีดอกลอยเหนือน้ำ กลีบดอกซ้อนกันแน่น ขนาด 15-18 ซม. สีชมพูอ่อน บานตั้งแต่เช้าจรดเย็น กลิ่นหอมอ่อนๆ ชอบออกดอกฤดูร้อน

6. บัวกระด้ง เป็นไม้โผล่เหนือน้ำ มีหัวขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน ใบรูปร่างกลมใหญ่กว่า 1 เมตร ขอบใบหยักตั้งขึ้นดูคล้ายกระด้ง ใต้ใบและก้านใบมีหนามแหลมปกคลุมมาก ดอกลอยเหนือน้ำ ขนาดใหญ่กว่า 30 ซม. สีชมพูอ่อน กลีบเลี้ยงด้านนอกมีหนามปกคลุม บานพลบค่ำถึงรุ่งเช้า มีกลิ่นหอมแรง ออกดอกตลอดปี
บัวเจริญเติบโตได้ดีในดินเหนียว หมั่นให้ธาตุอาหารให้เพียงพอ เลือกตำแหน่งที่มีแสงแดดไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน เลือกขนาดภาชนะที่พอเหมาะ ไม่เล็กจนเกินไป ควรหมั่นเด็นใบแก่ ใบเสีย ดอกที่โรย เพื่อป้องกันน้ำเสีย เลือกปุ๋ยสูตร 10 – 10 – 10 , 15 – 15 – 15 หรือ 16 – 16 – 16 ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ ฝังลงใต้ดิน ครั้งละ 1 ช้อนชา ทุก 1 – 2 เดือน หมั่นเติมน้ำให้เต็มสม่ำเสมอ ควรตัดเหง้าทิ้งบ้างเพื่อไม่ให้แน่นจนเกินไป

ดอกไม้แสนสวย

(ภาพประกอบ)

(ภาพประกอบ)


(ภาพประกอบ)

(ภาพประกอบ)

(ภาพประกอบ)

(ภาพประกอบ)

(ภาพประกอบ)

(ภาพประกอบ)

ดอกแก้ว

(ภาพประกอบ)

อาณาจักร Plantae ส่วน Magnoliophyta
ชั้น Magnoliopsida อันดับ Sapindales
วงศ์ Rutaceae สกุล Murraya สปีชีส์ Murraya paniculata

แก้ว เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ใบออกเป็นช่อเป็นแผงออกใบเรียงสลับกันช่อหนึ่งประกอบด้วยใบย่อยประมาณ 4-8 ใบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม (ชื่อวิทยาศาสตร์: Murraya paniculata (L.) Jack.; ชื่ออังกฤษ: Orange Jessamine, Satin-wood, Cosmetic Bark Tree)

ชื่อพื้นเมืองอื่น
กะมูนิง, แก้วขาว, แก้วขี้ไก่ (ใต้), แก้วพริก (เหนือ), แก้วลาย, จ๊าพริก, ตะไหลแก้ว

ลักษณะทั่วไป
แก้วเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาด เล็กถึงขนาดกลางลำต้นมีความสูงประมาณ5-10 เมตรเปลือกลำต้นสีขาวปนเทาลำต้นแตกเป็นสะเก็ดเป็นร่องตามยาวการแตกกิ่งก้าน ของทรงพุ่มไม่ค่อยเป็นระเบียบใบออกเป็นช่อเป็นแผงออกใบเรียงสลับกันช่อหนึ่ง ประกอบด้วยใบย่อยประมาณ 4-8 ใบใบเป็นมันสีเขียวเข้มขยี้ดูจะมีกลิ่นฉุนแรงขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ขนาดของใบกว้างประมาณ 2 - 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ3-6 เซนติเมตรออกดอกเป็นช่อใหญ่ช่อสั้นออกตามปลายกิ่งหรือยอดช่อหนึ่งมีดอก ประมาณ 5 - 10 ดอก แต่ละดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 2 - 3 เซนติเมตร ผลรูปไข่ รีปลายทู่ มีสีส้ม ภายในมีเมล็ด 1 - 2 เมล็ด

การปลูก การปลูกแบ่งเป็น 2 วิธี
การ ปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน คนไทยโบราณนิยมปลูกไว้เพื่อเป็นแนวรั้วบ้าน ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก การปลูกแบบนี้สามารถปลูกเป็นกลุ่ม หรือเป็นแถวก็ได้และสามารถตัดแต่งบังคับทรงพุ่มได้ตามความต้องการของผู้ปลูก
การ ปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคาร ควรใช้กระถางทรงสูงขนาด 12 - 16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วนอัตรา 1 : 1 ผสมดินปลูก และควรเปลี่ยนกระถาง 1 - 2 ปี/ ครั้ง หรือตามความเหมาะสมของการเจริญเติบโตของทรงพุ่ม เพราะการขยายตัวของรากแน่นเกินไปและเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ทดแทนดินปลูก เดิมที่เสื่อมสภาพไปแสง ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง
การดูแลรักษา
น้ำ ต้องการน้ำปริมาณปานกลาง ควรให้น้ำ 3 - 5 วัน / ครั้ง
ดิน ดินร่วนซุย ดินร่วนทราย
ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1 - 2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ปีละ 4 - 6 ครั้ง หรือใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ สูตร 15-15-15อัตรา 200- 300 กรัม/ต้น ใส่ปีละ 4 - 6 ครั้ง

การขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด และการตอน

โรคและแมลง
ไม่ ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลง เพราะเป็นไม้ที่มึความทนทานต่อสภาพธรรมชาติพอสมควร

วรรณกรรม
แก้วปรากฏในวรรณกรรม เรื่อง นิราศธารทองแดง พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร
กล้วยไม้ห้อยต่ำเตี้ย
นมตำเลียเรี่ย ทางไป
หอมหวังวังเวงใจ
ว่ากลิ่นแก้วแล้วเรียมเหลียว
การ เป็นมงคล
คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้คนในบ้านมีความดี มีคุณค่าสูง เพราะคำว่า แก้ว นั้นหมายถึง สิงที่ดีมีค่าสูงเป็นที่นับถือบูชาของบุคคลทั่วไปซึ่งโบราณได้เปรีบเทียบของ ที่มีค่าสูงนี้เสมือนดั่งดวงแก้วนอกจากนี้คนโบราณยัง มีความเชื่ออีกว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้เป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ มีความเบิกบาน เพราะแก้วคือความใสสะ อาดความสดใสนอกจากนี้ดอกแก้วยังมีสีขาวสะอาดสดใสมีกลิ่นหอมนวลไปไกลและยังนำ ดอกแก้วไปใช้ในพิธีบูชาพระในพิธี ทางศาสนาได้เป็นสิริมงคลยิ่งอีกด้วย

ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก
เพื่อ เป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นแก้วไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ

มาทราบความหมายของดอกไม้แต่ละชนิดกัน

มาทราบความหมายของดอกไม้แต่ละชนิดกัน
(ภาพประกอบ)

ดอกกุหลาบตูมสีขาว (สีขาว Rosebud) หมายถึงแด่เธอ.. ที่ไม่มีความรู้สึก
ดอกกุหลาบขาว (เพิ่มขึ้นสีขาว) หมายถึงคุณมีค่าสำหรับฉัน
ดอกกุหลาบดอกเดียว (ที่ไม่ซ้ำกันเพิ่มขึ้น) หมายถึงสำหรับคุณที่ขี้เหร่
ดอกกุหลาบสีแดงเข้ม (สีแดงลึกเพิ่มขึ้น)
หมายถึงอายจัง
ดอกกุหลาบสีแดงสด (สีแดงเต็มเพิ่มขึ้น) หมายถึงสำหรับคุณที่สวยที่สุดของฉัน
ดอกกุหลาบไร้หนาม (หนามเพิ่มขึ้น) หมายถึงเป็นความรักครั้งแรกของฉัน
ดอกกุหลาบสีขาวและแดงคู่กัน (สีขาวและสีแดงเพิ่มขึ้นด้วยกัน) หมายถึงมารวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวกันเถอะ
ดอกคาเนชั่นสีแดงเข้ม (สีแดงลึกคาร์เนชั่น) หมายถึงสำหรับหัวใจที่แห้งเหี่ยว
ดอกคาเนชั่นสีชมพู (ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู) หมายถึงความรักของผู้หญิง
ดอกทิวลิป (Tulip) หมายถึงฉันเสียสละทุกอย่างได้เพื่อคุณ
ดอกทิวลิปสีแดง (สีแดงดอกทิวลิป) หมายถึงฉันรักคุณ
ดอกป๊อปปี้สีแดง (สีแดงดอกป๊อปปี้) หมายถึงฉันจะคอยปลอบโยนคุณเอง
ดอกป๊อปปี้สีขาว (สีขาวป๊อปปี้) หมายถึงฉันเผลอรักคุณเข้าแล้ว
ดอกป๊อปปี้สีม่วง (สีแดงงาดำ) หมายถึงฉันฝันเห็นหน้าคุณทุกคืน
ดอกไอวี่ (Ivy) หมายถึงแต่งงานกันเถอะ
ดอกไอวี่สีเหลือง (สีเหลือง Ivy) หมายถึงฉันหลงใหลในตัวคุณ
ดอกโรสแมรี่ (Rosemary) หมายถึงการเข้ามาในชีวิตผมของคุณทำให้ผมมีชีวิตชีวา
ดอกแจสมินอินเดีย (มะลิอินเดีย) ​​หมายถึงฉันเชื่อคุณคุณเป็นคนสำคัญของฉัน
ดอกโครคัส (Crocus) หมายถึงไม่มีพิษไม่มีภัย
ดอกรูห์บ๊าบ (Rhubarb) หายถึงแนะนำ ... เตือนสติ
ดอกฮอลลี่ (ศักดิ์สิทธิ์) หมายถึงฉันไม่เคยลืมคุณ
ดอกบัตเตอร์คัพ (บัตเตอร์) หมายถึงสำหรับคุณที่เป็นคนซื่อ (อาจจะบื้อ)
ดอกไลแลคสีม่วง (Purple ม่วง) หมายถึงความรักครั้งแรกที่หวานฉ่ำ
ดอกพีชสีม่วงแดง (Peach Blossom) หมายถึงฉันยอมเป็นทาสของคุณ
ดอกไอรีส (Iris) หมายถึงฉันมีอะไรจะบอกคุณ
ดอกเดซี่สีขาว (ขาวดอกเดซี่) หมายถึงสำหรับคุณที่ไร้เดียงสา
ดอกแดนดิเลี่ยน (Dandilion) หมายถึงความรักเป็นสิ่งที่พระเจ้าบันดาลให้
ดอกพิโอนี่ (Peony) หมายถึงรู้สึกอับอายขายหน้า
ดอกเบญจมาศ (สีเหลืองดอกเบญจมาศ) หมายถึงความรักที่บางเบาอ่อนไหวง่าย
ดอกแพนซี่ (กะเทย) หมายถึงรำพึงรำพันถึงความรัก
ดอกบานชื่น (Zania) หมายถึงคิดถึงเพื่อนเก่า
ดอกบัว (Lotus Flower) หมายถึงรู้สึกบาดหมางในความรัก
ดอกรองเท้านารี (เลดี้รองเท้าแตะ) หมายถึงคุณชนะใจฉันสวมกอดฉันสิ
ดอกดาวเรือง (ดาวเรือง) หมายถึงฉันตกเป็นทาสของคุณแล้ว
ดอกผักกาดหอม (ผักกาดหอม) หมายถึงอย่าเย็นชากับฉันนักเลยน๊ะขอร้อง
ผักชีฝรั่ง (ผักชีฝรั่ง) หมายถึงความรู้ที่มีประโยชน์

รายการบล็อกของฉัน

 hellomanman  happy-topay  invite-buying
 men-women-apparel diarylovemanman news-the-world
 homemanman alovemanman
 menmen-love
 ghost-in-manman  U.F.O.manman  kidsloveman
foodmanman  flowermanman herbs-in-manman
devilmanman herbs-in-manman manman clip