ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต้นไม้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต้นไม้ แสดงบทความทั้งหมด

ต้นไม้ในตำนาน แมนเดรก “ เทียนแห่งปีศาจ ”


แมนเดรก (อังกฤษ: Mandrake) เป็นชื่อสามัญของสมาชิกในสกุลพืช Mandragora โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรณ Mandragora officinarum ซึ่งอยู่ในวงศ์ไม้มะเขือ (Solanaceae) แมนเดรกคือพืชมีสารเสพติดชนิดหนึ่ง เพราะแมนเดรกมีโทรเพนอัลคาลอยด์สารก่อประสาทหลอน

 อาทิ อะโทรพิน สโคโปลามีน อะโปอะโทรพิน ไฮออสไซอามีน และบางครั้ง รากมีการแยกสองง่ามทำให้ดูคล้ายร่างมนุษย์ มีดอกสีม่วง ใบมีสีเขียวค่อนข้างขาว ยาวเกือบ2นิ้วกว้าง ผลมีรูปทรงกลม, ฉ่ำ, สีส้มให้ลูกเล็กๆสีแดง, 

การคล้ายผลมะเขือเทศเล็ก ดอกสีม่วงของแมนเดรกนั้น ในอดีตเคยใช้เป็นยาแก้ปวด แถมยังเชื่อกันว่ามีผีสิงอยู่ที่ราก ในแถบอาหรับ เรียกพืชชนิดนี้ว่า “ เทียนแห่งปีศาจ ” หรือในเยอรมนี เรียกว่า “ รากหมอแห่งคุณไสย ” 

รากของแมนเดรกมีการใช้ในพิธีกรรมทางเวทมนตร์มานาน ซึ่งปัจจุบันยังมีอยู่ในศาสนาลัทธินอกศาสนาใหม่ เช่น วิคคา และลัทธินอกศาสนาใหม่เยอรมัน เช่น ลัทธิโอดิน (Odinism)


แมนเดรค เคยถูกกล่าวว่า มีคุณสมบัติมากมายหลายประการ ตั้งแต่เป็นยาพิษ ยาอายุวัฒนะ ยาชา ยาเสน่ห์ ยาหลอนประสาท และมีสรรพคุณสามารถรักษาโรคได้หลายอย่าง ตามความเชื่อทางเวทมนตร์เชื่อว่าเป็นส่วนผสมของยาแก้คำสาปที่ทรงอนุภาพ ทำให้คนที่ถูกสาปหรือแปลงร่างกลับสู่สภาพเดิม

แมนแดรกมีหลายพันธุ์ เช่น Mandragora autumnalis, Mandragora officinarum, Mandragora turcomanica, Mandragora caulescens Mandrake ในอเมริกาและแคนาดา จะหมายถึง May Apple ซึ่งเป็นพืชคนละชนิดกันโดยสิ้นเชิง

ตานดำ ถ่านไฟผีต้นไม้ชื่อแปลกๆสรรพคุณทางยามากมาย


ตานดำ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Diospyros montana) หรือ ตานส้าน, ถ่านไฟผี, มะเกลือป่า หรือ มะตูมดำ

 เป็นพืชในสกุลมะพลับ กระจายพันธุ์ในอินเดียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 ลักษณะเป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 15 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนาม ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กลับถึงรูปรี ยาว 2-12 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ แผ่นใบมีขนสั้นนุ่มทั้งสองด้าน ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น 


ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงรูประฆัง มี 4 กลีบ โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดรูปถ้วย ปลายแยก 4 แฉก มีสีเขียว กลีบดอกรูปคนโทสีเหลือง ยาว 0.8-1 เซนติเมตร มี 4 กลีบ มีเกสรเพศผู้ 14-20 อัน 

ดอกเพศเมียออกเดี่ยว ๆ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกเหมือนดอกเพศผู้ รังไข่มี 8 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียมี 4 อัน มีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน 4-12 อัน ผลเป็นผลสดทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-3 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงบานออกหรือพับงอกลับ เมื่อแก่มีสีเหลือง

 ผลมีพิษใช้เบื่อปลาและนำมาย้อมสีได้ เปลือกต้นมีสรรพคุณลดไข้และแก้อักเสบ

สโลปพ็อยนต์ที่ราบโล่งบนหน้าผาและรูปทรงต้นไม้ในซึ่งเกิดการปรับตัวโดยบิดลำต้นและกิ่งก้านแปลกตา


สโลปพ็อยนต์ที่ราบโล่งบนหน้าผาและรูปทรงต้นไม้ในซึ่งเกิดการปรับตัวโดยบิดลำต้นและกิ่งก้านแปลกตา

สโลปพ็อยนต์ (อังกฤษ: Slope Point) เป็นพื้นที่ราบโล่งขนาดเล็ก บนหน้าผาสูงชันตอนปลายสุดทางทิศใต้ของเกาะใต้ในประเทศนิวซีแลนด์ ที่ตั้งตระหง่านรับลมหนาวที่พัดรุนแรงปกคลุมจากขั้วโลกใต้อย่างต่อเนื่องทำให้มนุษย์ไม่สามารถอาศัยอยู่ในบริเวณสโลปพ็อยนต์อย่างถาวร ในพื้นที่ 5 ตารางไมล์โดยรอบมีชุมชนขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปทางตอนเหนือของสโลปพ็อยนต์ ซึ่งมีคนอาศัยอยู่เพียง 58 คน (นิคมไวกาวาและนิคมแฮลเดน) และลมที่พัดแรงนี้ยังทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของรูปทรงต้นไม้ในบริเวณ ซึ่งเกิดการปรับตัวโดยบิดลำต้นและกิ่งก้านไปตามทิศทางของลม


ที่ตั้งในเกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์
ภูมิศาสตร์

สโลปพ็อยนต์เป็นที่ราบโล่งบนหน้าผาชัน และมีต้นไม้เป็นหย่อม ๆ ส่วนมากเป็นต้นสน ซึ่งมีรูปทรงแปลกตา โดยกิ่งก้านเติบโตเอียงไปตามแนวลมที่พัดแรง จนมีลักษณะเกือบเอนราบ


ซึ่งเกิดการปรับตัวโดยบิดลำต้นและกิ่งก้านไปตามทิศทางของลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดรุนแรงปกคลุมจากทวีปแอนตาร์กติกาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกระแสลมที่วนรอบมหาสมุทรใต้เป็นวงกว้างโดยไม่มีสิ่งกีดขวางเป็นระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร แล้วจึงกระแทกเข้ากับแผ่นดินบริเวณนี้ กระแสลมเหล่านี้จึงรุนแรงมาก


 จนต้นไม้มีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ รูปทรงของต้นไม้ที่คล้ายลักษณะเดียวกันกับเส้นผมกระเซิงจากลมแรง เรียกว่า "windswept trees" 

เทรเวอร์ ครี (Trevor Cree) นักเขียนนวนิยาย อธิบายต้นไม้ที่สโลปพ็อยนต์ว่า: "ไม่ใช่ลมแรงเพียงปัจจัยเดียวที่หักและสะบัด (ต้นไม้) ตามต้องการ แม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าทำได้ แต่หากเป็นความไม่หยุดยั้งอย่างแท้จริง (ที่สร้างรูปทรงของต้นไม้) ดั่งเช่น อาการปวดฟันที่ค่อย ๆ กัดกิน และไม่หยุดจนกว่าเหยื่อจะยอมจำนนโดยดุษฏี"

ย้อนรอยตำนานใบโคลเวอร์ ใบไม้แห่งความโชคดี


ย้อนรอยตำนานใบโคลเวอร์ ใบไม้แห่งความโชคดี
🍀ใบโคลเวอร์ (Clover) ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีของชาวไอริช

🍀ใบโคลเวอร์
(leaf clover) ปกติแล้วใบของต้นโคลเวอร์ทั่วไปจะมีเพียง 3 แฉก ซึ่งว่ากันว่า ในต้นโคลเวอร์หนึ่งพันต้นนั้น จะพบใบโคลเวอร์ 4 แฉก (Four leaf clover) ได้เพียงใบเดียวเท่านั้น โอกาสพบใบโคลเวอร์ 4 แฉกจึงเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากมาก

ต้นโคลเวอร์จัดอยู่ในพืชตระกูล trifolium repens กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีตั้งแต่เมื่อใดยังไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่มีบันทึกไว้ชัดเจนในยุคกลางของยุโรปประมาณ คริสต์ศวรรษที่ 17 ซึ่งกล่าวเอาไว้ว่า เป็นวัฒนธรรมเคลติก ( celtic ) ที่พูดถึงใบโคลเวอร์สีขาว ว่า "เป็นเครื่องหมายโชคลางถึงความโชคดีของชาวเคลต์" ซึ่งเป็นชนชาติดั้งเดิมในแคว้นเวลส์ (ชนชาติดั้งเดิมของประเทศอังกฤษในปัจจุบัน)

ฟิลิปปาวอริ่ง ได้เขียนถึงความเชื่อเกี่ยวกับใบโคลเวอร์เอาไว้ว่า "หากพบใบโคลเวอร์ 4 แฉก เป็นความหมายว่าจะได้พบกับรักแท้ และในวันเดียวกันนั้น ถ้ามอบใบโคลเวอร์ 4 แฉกให้กับใคร ก็จะได้พบกับความโชคดีแบบคาดไม่ถึง แม้ในยามสงคราม หากนักรบประดับใบโคลเวอร์ 4 แฉกไว้บนปกเสื้อ มันจะช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้"

ในทุกวันนี้บรรดาเครื่องรางนำโชคต่างๆ มากมายก็นิยมทำเป็นรูปจำลอง ซึ่งใบโคลเวอร์ก็เช่นกัน ได้มีการจัดทำเป็นใบจำลอง 4 แฉกเพื่อเป็นเครื่องรางมงคลประจำตัว หลายคนเชื่อกันว่า หากมีมันไว้ในครอบครองแม้เพียงใบเดียวหรือชิ้นเดียว ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เดินทางไกล ก็จะพบแต่ความโชคดีตลอดไป


ซึ่งใบโคลเวอร์ 4 แฉก นี้แต่ละแฉกก็มีความหมายในตัวเอง ดังต่อไปนี้ 
🍀แฉกแรกคือความหวัง ( Hope )
🍀แฉกที่สองคือความเชื่อมั่นและศรัทธา ( Faith )
🍀แฉกที่สามคือความรัก ( Love )
🍀แฉกสุดท้ายคือโชคดี ( Luck )

และเพราะความเชื่อนี้เอง จึงทำให้ในปัจจุบันได้มีการนำเอาใบโคลเวอร์มาเป็นสัญลักษณ์หรือตัวแทนของความโชคดี หรือรักแท้ ด้วยการนำมาทำเป็นเครื่องประดับ เช่น จี้ห้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน ต่างหู เป็นต้น ชาวสนุก!ดูดวงคนไหนที่อยากมีความเชื่อในเรื่องนี้อยากโชคดี อยากเจอรักแท้ ลองหาเครื่องประดับที่เป็นใบโคลเวอร์มีใส่ติดตัวดูสิคะ คุณอาจจะโชคดีขึ้นก็เป็นได้

The Dark Hedges ความงามที่มีอยู่จริง


The Dark Hedges ความงามที่มีอยู่จริง
สู่ความงดงามในภาพยนตร์

ต้นไชยา คะน้าแม็กซิกัน แม็กซิโก ปลอดสาร ผัก กิ่งชำ เมล็ดพันธุ์ ผงชูรสธรรมชาติ กินใบ ต้นไม้ด่าง

The Dark Hedges ในเมือง Armoy ประเทศไอร์แลนด์
ถือเป็นอุโมงค์ธรรมชาติที่มีความสวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก 


ตลอดสองข้างทางมีต้นบีชที่อายุกว่า 300 ปี ปลูกเรียงรายอยู่กว่า 150 ต้น จนกลายเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ


อุโมงค์แห่งนี้ปรากฏอยู่ในฉากของเรื่อง Game of Thrones ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันถือเป็น สถานที่ท่องเที่ยวในไอร์แลนด์เหนือ


The Dark Hedges 

บัวสวรรค์พันธุ์ไม้ดอกชื่อไพเราะเหมือนมาจากสรวงสวรรค์และเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


บัวสวรรค์พันธุ์ไม้ดอกชื่อไพเราะเหมือนมาจากสรวงสวรรค์และเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

วันนี่เราก็จะมานำเสนอดอกไม้สวยๆพันธุ์ไม้สวยๆชื่อไพเราะเพราะพิงเหมือนมาจากสวรรค์วิมานชั้นฟ้าพันธุ์ไม้นี้ดอกไม้นี้มีนามว่าบัวสวรรค์มันจะเป็นอย่างไรมันจะสวยงามอย่างไรมันจะมีความสำคัญอย่างไรเราเข้ามาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่านะครับ

บัวสวรรค์
พรรณไม้ที่เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง

บัวสวรรค์

บัวสวรรค์
สถานะการอนุรักษ์

ไม่มั่นคง (IUCN 3.1)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร:Plantae
หมวด:Magnoliophyta
ชั้น:Magnoliopsida
อันดับ:Lecythidales
วงศ์:Lecythidaceae
สกุล:Gustavia
สปีชีส์:G.  gracillima
ชื่อทวินามGustavia gracillima
Miers
บัวสวรรค์ หรือ กัตตาเวีย[1] เป็นพืชดอกในวงศ์จิก ตามธรรมชาติพบได้ในประเทศโคลอมเบียเท่านั้น แต่มีการเพาะพันธุ์และสามารถปลูกในประเทศไทยได้


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นไม้ต้น สูงได้ถึง 15 ม. ใบเรียงเวียนหนาแน่นที่ปลายกิ่ง รูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ อาจยาวได้ถึง 1 ม. ขอบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาวได้ถึง 11 ซม. ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่นสั้น ๆ ออกตามซอกใบ ก้านดอกยาวได้ถึง 8 ซม. กลีบเลี้ยงรูปถ้วยแบนขอบเรียบ กว้างประมาณ 2.5 ซม. กลีบดอกสีขาวอมม่วงอ่อน มี 6-8 กลีบ รูปใบพาย ยาวไม่เท่ากัน ยาวได้ถึง 7 ซม. เกสรเพศผู้จำนวนมาก โคนเชื่อมติดกันประมาณหนึ่งในสาม 

โค้งเข้า ยาวประมาณ 4 ซม. รังไข่ใต้วงกลีบ ก้านเกสรเพศเมียสั้น ผลแห้งแตกแบบมีฝาปิด (pyxidia) กลม ปลายแบน กว้าง 7-10 ซม. ยาวได้ถึง 8 ซม. ผิวมีช่องอากาศกระจาย เมล็ดรูปร่างไม่แน่นอน ยาวประมาณ 6 ซม. 


การปลูกเลี้ยง
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ดูแลง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อม ชอบแสงแดดจัดและน้ำปานกลางถึงมาก ใบไม่ค่อยร่วง ชอบแดดรำไรถึงแดดจัด หมั่นรดน้ำพรวนดินบ้าง ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด, การตอนกิ่ง (เปอร์เซ็นต์การออกรากค่อนข้างต่ำ ประมาณ 30%) และการปักชำ ตามธรรมชาติเมล็ดของบัวสวรรค์มีขนาดใหญ่และหนัก จึงไม่สามารถกระจายออกไปไกลจากโคนต้นได้มากนัก 

เมื่อผลเน่าเสีย เมล็ดจะถูกฝังลงดินและงอกเป็นต้นอ่อนขึ้นมา ต้นจากการเพาะเมล็ดจะใช้เวลาในการออกดอกถึงห้าปี ช้ากว่าต้นจากการปักชำ หรือตอนกิ่ง


ประโยชน์
ใช้เป็นไม้ประดับ มีใบเขียวตลอดปี เยื่อไม้ใช้ทำด้าย น้ำจากก้านดอกอ่อนหมักแล้วกลั่นรับประทาน บำรุงโลหิต และบำรุงธาตุ ลำต้นสามารถใช้ได้ดีในการก่อสร้าง ในสมัยโบราณ ชาวอินเดียนแดงใช้ใบต้มทำยาแก้พิษจากการถูกธนูพิษยิง และแก้พิษไข้ แก้หวัด ออกดอกสวยงาม โดยจะบานในเวลากลางคืน

เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ต้นไม้ฆาตกร Pisonia brunoniana

ต้นไม้ฆาตกร!? พบกับ ‘Pisonia brunoniana’ 
พืชที่ล่อลวงนกให้มากินอาหาร
โดยปกติแล้ว…พืชส่วนใหญ่นั้นเกิดมาเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและอาหารสำหรับนก ที่นอกจากจะคล้ายกำจัดแมลงรบกวนให้แล้ว ยังเป็นผู้ช่วยในเรื่องการขยายพันธุ์ของพืชด้วย
ค้นหา
แต่นั่นคงไม่ใช่กับพืชอย่าง Pisonia brunoniana หรือที่ได้ฉายาว่า ต้นไม้ฆาตรกร เพราะมันเป็นพืชไม่กี่ชนิดที่สามารถสังหารนกมาแล้วนับไม่ถ้วน 
ซึ่งนกที่มาติดกับดักฝักเมล็ดของต้นพีโซเนีย จนหนีไปไหนไม่ได้ และทำให้มันแห้งตายกลายเป็นศพบนต้นไม้ ซึ่งสาเหตุนั้นก็ยังไม่แน่ชัด ว่าเพราะเหตุใดต้นไม้ชนิดนี้ถึงได้ทำให้นกมาแห้งตายบนต้น

โดยที่มันไม่ได้รับสารอาหารใดๆ แต่ได้มีข้อสันนิษฐานว่า ต้นไม้ชนิดนี้อาจเติบโตด้วยมูลของนก และการทำให้นกมาติดอยู่บนต้น จะช่วยให้ต้นไม้ได้รับมูลจากนกอย่างแน่นอนขึ้น

รายการบล็อกของฉัน

 hellomanman  happy-topay  invite-buying
 men-women-apparel diarylovemanman news-the-world
 homemanman alovemanman
 menmen-love
 ghost-in-manman  U.F.O.manman  kidsloveman
foodmanman  flowermanman herbs-in-manman
devilmanman herbs-in-manman manman clip