Custom Search

News

Loading...
Loading...

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

ดอก กระดังงา

ดอก กระดังงา

(ภาพประกอบ)



ดอกกระดังงา กระดังงามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cananga odorata Hook.fet TH อยู่ในวงศ์ Annonacwae มีชื่อเรียกตาม ท้องถิ่นดังนี้ กระดังงาใบใหญ่ กระดังงาใหญ่<ภาคกลาง> สะบันงาต้น<ภาคเหนือ> กระดังงาจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นตรงสูง เปลือกต้นเกลี้ยงสีเทา กิ่งก้านมีขนาดเล็กแตกออกจากลำต้น ดอกใหญ่ออกรวมกัน 3-6 ดอก ดอกอ่อนจะมีสีเขียวมีกลิ่นหอม กลีบดอกยาวห้อยลงรูปกลีบแคบปลายเรียวยาว ขอบกลีบหยักเป็นคลื่นๆ ผลรูปยาวรีอยู่รวมกันมีสีเขียวเข้ม ผิวมัน เมื่อแก่จัดจะมีสีดำ

สรรพคุณ ส่วนที่นำมาใช้เป็นยาคือ ดอกที่แก่จัด โดยเฉพาะในดอกจะพบน้ำมันหอมระเหยเป็นเอสเตอร์ของ formic acetic , valerianic ,benzeoic acid methyl , benzyl alcohol จากการที่ดอกแก่จัดมีน้ำมันหอมระเหยจึงใช้ผสมในยาหอมเพื่อแก้ลม อ่อนเพลีย บำรุงโลหิต บำรุงธาตุบำรุงหัวใจ และเมื่อดอกแก่จัดนำไปสกัดจะได้น้ำมันหอมระเหย ชื่อ "น้ำมันกระดังงา" นำไปใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอางซึ่งก็เหมือนสมัยโบราณที่นำดอกแก่ไปลมควัน เทียนอบเพื่อใช้อบน้ำทำน้ำอบไทย ใช้น้ำไปคั้นกะทิหรือทำข้าวแช่ เมื่อรับประทานแล้วจะมีกลิ่นหอม ให้ความรู้สึกสดชื่น ใช้กลีบดอกลนไฟอ่อนๆลอยน้ำเชื่อมปรุงขนมหวานต่างๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อวิทยาศาสร์ Desmos chinensis Lour.
ตระกูล ANNONACEAE
ชื่อ สามัญ Desmos
ลักษณะ ทั่วไป ต้นสายหยุดเป็นไม้เถาเลื้อยกึ่งไม้ยืนต้น มีเถาใหญ่แข็งแรงสามารถเกาะเลื้อยพันต้นไม้ หรือกิ่งอื่น ๆไปได้ไกล และมักจะแตกกิ่งก้านสาขามากในบริเวณยอด และจะแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเป็นบริเวณกว้าง กิ่งอ่อนจะมีสีน้ำตาลและมีขนอ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมโดยทั่วไป ส่วนกิ่งแก่นั้นจะมีสีดำเป็นมัน ไม่มีขนใบใบจะออกสลับกันตามข้อต้น ใบจะเป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายใบแหลมเป็ฯติ่นสั้นโคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ใบด้านบนเรียบ ส่วนด้านล่างจะมีขน ขอบใบเรียบ ไม่มีจัก ใบสีเขียวเข้มดอกสายหยุดจะออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกแบบตามขอต้นโคนก้านใบ และที่ตาซึ่งติดกับลำต้นลักษณะของดอกเมื่อยังตูมอยู่จะเป็นสีเขียว และเมื่อบานจึงจะเป็นสีเหลือง ดอกจะห้อยลง ดอกมีขนาดเล็ก มีกลีบดอก 5-6 กลีบ แบ่งเป็ฯ 2 ชั้น ๆ ละ 3 กลีบ และมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบดอกจะบิดงอเช่นเดียวกันกับดอกกระดังงาไทย มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียจำนวนมากอยู่ภายในดอก ดอกจะมีกลิ่นหอมจัดในตอนเช้าตรู่พอสายกลิ่นก็จะค่อย ๆ ลดความหอมลง และจะหมดกลิ่นหอมลงเมื่อใกล้เวลาเที่ยงวัน
ฤดูกาลออกดอก สายหยุดจะออกดอกตลอดปี
การปลุก สายหยุดมีวิธีการปลูก โดยการนำต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด หรือกิ่งที่ได้จากการตอนมาปลูกลงดินหลังปลูกประมาณ 3-4 ปี จึงจะให้ดอก

รายการบล็อกของฉัน

  • มมหัศจรรย์ดอกอัญชัน - *สรรพคุณอัญชัน* หลายคนเองก็คงจะเคยเห็นดอกอัญชันคามแถวริมทาง หน้าบ้าน หรือที่ต่างๆที่มีพืชต่างๆขึ้นอยู่ เราจะสังเหตุเห็นเป็นดอกสีม่วงสด บางคนก็ไม่ได้สนใจอะไ...
    4 เดือนที่ผ่านมา
  • ออสเตรเลียสกัดดีเอ็นเอนกที่ สูญพันธุ์ เป็นผลสำเร็จ - *นักวิทยาศาสตร์ในออสเตรเลีย*แถลงว่าสามารถสกัดดีเอ็นเอจากซากดึกดำบรรพ์ของเปลือกไข่นกที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การร่างแผนที่กลุ่มยีนใน...
    6 เดือนที่ผ่านมา
  • ประวัติ...piano - *เปียโน เป็นเครื่องดนตรีขนาดใหญ่*ที่สร้างเสียงเมื่อคีย์ถูกกดและกลไกภายในเครื่องตีสาย คำว่าเปียโนเป็นตัวย่อของคำว่า ปีอาโนฟอเต (pianoforte) - (ออกเสียงว่า ป...
    10 เดือนที่ผ่านมา
  • ประวัติกีฬากอล์ฟ(Golf) - *ประวัติกีฬากอล์ฟ(Golf)* *ภาพที่เชื่อว่า เป็นการ เล่นกอล์ฟ ของ จักรพรรดิจีน***ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 *มีหลักฐานใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของกอล์ฟ *ค้นพบโดย*ศาส...
    1 ปีที่ผ่านมา
  • เหตุใด ทำไมผู้ชายบางคนถึงไม่มีแฟน - *สาวๆบางคนหรือหลายๆคนเคยสงสัยไหมว่า* ทำไมผู้ชายบางคนถึงไม่มีแฟน มีบทความดีๆนำเสนอ สาวๆหลายคนคงเคยเกิดคำถามกับชายหนุ่มบางคนที่ทั้งหล่อ นิสัยดี รูปร่างดีแต่...
    2 ปีที่ผ่านมา